Swishtutor

กล้องติดรถยนต์ สิ่งจำเป็นในท้องถนนกรุงเทพ?

ปัญหาบนท้องถนน อาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ทำให้ใครหลายคนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถติด ปิดถนน ซ่อมทางวางท่อ หรืออุบัติเหตุจากพาหนะบนท้องถนนรวมถึงคนเดินเท้า ลำพังแค่เหตุการณ์ต่าง ๆ บนท้องถนนก็ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายเต็มที แต่บางครั้งรถที่จอดอยู่ดี ๆ ก็ดันมีรถถอยมาชนเสียอย่างนั้น หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้นรถอาจจะโดนทุบ และโดนขโมยทรัพย์สินภายในรถไป อาจจะทะเลาะกับคู่กรณีหลังจากที่รถเฉี่ยวชนกันหรือแม้กระทั่งโดนทำร้ายร่างกายเพียงเพราะอีกฝ่ายไม่รับฟังเหตุผล เหมือนอย่างที่เราเห็นกันในคลิปและข่าวอยู่บ่อยครั้ง ข้อมูลมากกว่านี้ กล้อง ติด รถยนต์

ในหลายครั้งคู่กรณีหรือผู้กระทำผิดมักจะไม่ยอมรับผิด และงัดเอาเหตุผลสารพันมาคัดค้านกระทั่งนำไปสู่การมีปากเสียง หรืออาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ต้องคอยยืนเถียงกับประกัน อธิบายกับตำรวจ หรือบางครั้งเรื่องก็ไปจบที่โรงพยาบาล ถ้าร้ายแรงกว่านั้นอาจไปจบลงที่วัด หรือในเรือนจำ เป็นที่แน่นอนว่าเหตุการเหล่านี้ทำให้เราอาจต้องเสียทั้ง เวลา เงินทอง สุขภาพจิต หรืออาจรวมถึงชีวิตและทรัพย์สินด้วยในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด

เหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้หลายคนเริ่มหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการดังกล่าวด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการติดกล้องในรถยนต์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากกล้องติดรถยนต์มีราคาที่ไม่แพงนัก รวมถึงมีหลายหลายรุ่นให้เลือกสรรได้ตามความต้องการ หน้าที่สำคัญของกล้อง ติด รถยนต์นั้น คือจะช่วยบันทึกภาพ เสียงและเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งขณะขับขี่ หรือตอนจอดรถทิ้งไว้ เหตุนี้ผู้ขับขี่หลายท่านจึงคลายความกังวลในเรื่องของการยืนยันหลักฐานอีกทางหนึ่ง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

อย่างกรณีของ คุณลุงวิศวะที่ยิงปืนใส่กลุ่มวัยรุ่นที่ลงมาปิดล้อมรถจนเสียชีวิต โดยข่าวที่ออกมาในตอนแรกทำให้ลุงวิศวะกลายเป็นจำเลยของสังคม เนื่องจากอยู่ในฐานะของผู้ลงมือกระทำ ต่อให้แก่ต่างด้วยคำพูดอย่างไรก็ดูจะไม่มีน้ำหนักและฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย แต่เมื่อมีหลักฐานจากกล้องติดรถยนต์ที่ถูกเผยแพร่ออกมาในโลกออนไลน์ ก็ส่งผลให้สังคมได้ทบทวนความคิด จากหลักฐานที่ได้จากกล้องติดรถยนต์ ซึ่งแสดงให้เห็นเหตุการณ์ว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม้กลุ่มเด็กวัยรุ่นจะให้สัมภาษณ์โดยอ้างว่าต้องการลงรถไปเพื่อตกลงด้วยดี แต่ดังสำนวนไทยที่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” เมื่อกล้องติดรถยนต์กลายมาเป็นหลักฐานสำคัญในคดี จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากล้องติดรถยนต์กลายมาเป็นช่องทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ ในการป้องกันปัญหาปากเสียงบนท้องถนน รวมถึงปัญหาเรื่องของหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าใครผิด ใครถูก ระหว่างคู่กรณี เพราะกล้องติดรถยนต์จะทำหน้าที่เป็นหลักฐานที่ฟ้องด้วยภาพและเสียงได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การมีสติ มีความระมัดระวังในการขับขี่ รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันบนท้องถนน ปัญหาใหญ่โตและรุนแรงหลายครั้งเกิดขึ้นจากการกระทบกระทั่งกันเพียงเล็กน้อยเปรียบเสมือนน้ำผึ้งหยดเดียว การทะเลาะกันเพราะแย่งที่จอดรถ การยิงกันเสียชีวิตเพียงเพราะขับรถปาดหน้า หากผู้ที่ใช้รถใช้ถนนถ้อยทีถ้อยอาศัย รักษากฎจราจรและมีน้ำใจให้กันยามที่อยู่หลังพวงมาลัย อัตราการเกิดอุบัติเหตุจะลดลงอย่างมาก รวมถึงความจรรโลงใจในการเดินทางจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

เคยมีคนแนะนำเทคนิคในการสงบสติอารมณ์ที่เกิดจากความโกรธในการขับรถ โดยให้นับ 1-100 ในใจ ตอนแรกโดนรถปาดหน้าคิดไว้ในใจแล้วว่านับถึง 100 เมื่อไหร่เปิดกระจกด่าปาดหน้ากลับ พอถึง 100 ปุ๊บ เราก็อ้าว รถคู่กรณีหายไปแล้ว เราเลยไม่ได้ทำอย่างที่คิด หรือความจริงก็คือพอเวลาผ่านไปอารมณ์โกรธจะค่อย ๆ จางลง สติจะเพิ่มมากขึ้น และเราจะมีเหตุผลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น นอกจากเราจะป้องกันด้วยการติดกล้องในรถยนต์แล้ว พวกเราควรจะต้องรักษากฎจราจร ขับรถอย่างมีสติและพกพาความมีน้ำใจเอาไว้หลังพวงมาลัยกันด้วยนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *